ไลฟ์สไตล์ » ทีนโซน » 5 เคล็ดลับการใช้น้ำมันมะกอกสุดอเนกประสงค์จากยุคโบราณที่ยังใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

5 เคล็ดลับการใช้น้ำมันมะกอกสุดอเนกประสงค์จากยุคโบราณที่ยังใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

8 พฤศจิกายน 2018
18   0

5 เคล็ดลับการใช้น้ำมันมะกอกสุดอเนกประสงค์จากยุคโบราณ
ที่ยังใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

 

การสกัดน้ำมันจากผลมะกอกนั้นมีมาตั้งแต่ยุคโบราณ หรือกว่า 6,000 ปีก่อนคริสตกาล1โฮเมอร์เปรียบน้ำมันมะกอกว่าเป็นดั่งอมฤตทองคำ ในขณะที่ฮิปพอคราทีสยกย่องสรรพคุณของน้ำมันมะกอกว่าเป็นผู้เยียวยาแสนวิเศษในยุคก่อน น้ำมันมะกอกเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะสินค้าสุดล้ำค่าในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนแม้ทุกวันนี้น้ำมันมะกอกมักถูกพูดถึงในฐานะที่เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารเพื่อสุขภาพยอดฮิตเป็นส่วนใหญ่ แต่ในยุคโบราณน้ำมันมากสรรพคุณอย่างน้ำมันมะกอกได้ถูกนำไปใช้อย่างอเนกประสงค์และนี่คือ 5 เคล็ดลับในการใช้น้ำมันมะกอกจากสมัยโบราณที่ยังดีต่อใจและสามารถนำไปใช้ได้ในปัจจุบัน

 

 

1. เครื่องดื่มยามเช้า เป็นที่กล่าวกันว่า เกษตรกรสวนมะกอกในสมัยก่อนดื่มน้ำมันมะกอกวันละหนึ่งขวดในตอนเช้าทำให้พวกเขาสุขภาพดีมีอายุยืน2 ในปัจจุบันผู้คนในหลายภูมิภาคโดยเฉพาะในแถบเมอดิเตอเรเนียนนิยมดื่มน้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษ 1/4 แก้วแล้วตามด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำเลมอนในทุกๆ เช้า เพราะเชื่อว่าการทำเช่นนี้ช่วยกระตุ้นระบบทางเดินอาหารเนื่องจากทั้งน้ำมันมะกอกและน้ำมะนาวมีคุณสมบัติในการดีท็อกซ์ร่างกายน้ำมันมะกอกมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายและช่วยให้เส้นเลือดแข็งแรงขึ้น ในขณะที่เลมอนอุดมไปด้วยวิตามิน นอกจากนี้ การดื่มน้ำมันมะกอกในตอนเช้ายังช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการลดน้ำหนักอย่างเป็นธรรมชาติ

 

 

2.สุดยอดบาล์มบำรุงผิวกาย ในสมัยโรม นอกจากที่ผู้คนนิยมทานผลมะกอกทั้งลูกระหว่างอาหาร น้ำมันมะกอกยังได้รับความนิยมในการดูแลความงามและการแพทย์ บิดาแห่งการแพทย์ตะวันตกอย่าง ฮิปพอคราทีส ได้พูดถึงประโยชน์ของน้ำมันมะกอกทางการแพทย์ไว้ถึง 60 ประการ อาทิเช่น รักษาโรคผิวหนัง แผลสดและแผลไฟไหม้ โรคทางนรีเวช โรคติดเชื้อทางช่องหู และอื่นๆ อีกมากมาย น้ำมันมะกอกสามารถเยียวยาอาการดังกล่าวเพราะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างไฮโดรเจนไซยาโนโซลและเปอร์ออกไซด์

 

 

3.น้ำหอมและสบู่สูตรธรรมชาติ ระหว่างช่วงอาณาจักรโรมันที่ยังไม่มีสบู่ ชาวโรมันจะทำความสะอาดผิวกายด้วยทาน้ำมันมะกอกให้ทั่วร่างกาย แล้วใช้เครื่องมือโลหะขัดตัว เพื่อขจัดฝุ่นละอองและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้ผิวนุ่มนวล เรียบลื่น และชุ่มชื้น น้ำมันมะกอกมักถูกแต่งกลิ่นด้วยน้ำมันหอมระเหยต่างๆ และเทลงไปในอ่างอาบน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายซึ่งยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย ในปัจจุบัน น้ำมันมะกอกเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะสารทำความสะอาดจากธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพและเป็นตัวเลือกที่อ่อนโยนสำหรับทุกวัยตั้งแต่ทารกจนถึงผู้ใหญ่ นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานว่า น้ำมันมะกอกเป็นน้ำมันที่ถูกใช้ในการปรุงน้ำหอมอียิปต์โบราณอีกด้วย

 

 

4.ใช้ถนอมอาหารก่อนการถือกำเนิดของตู้เย็นการบริโภคอาหารตามฤดูถือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนในยุคก่อน แต่ ด้วยปริมาณผักและผลไม้ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวที่มีมากเกินความต้องการ การถนอมอาหารจึงช่วยให้คนโบราณสามารถเก็บอาหารไว้ในสภาพที่เหมาะสม เป็นการป้องกันออกซิเจนและจุลินทรีย์จากอาหารการใช้น้ำมันมะกอกสำหรับถนอมอาหารจึงเป็นวิธีง่ายๆ แต่ได้ประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการ วิตามิน และรสชาติต่างๆ ของอาหารไว้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากมะเขือเทศอาติโช้คอ่อนพริกหวานมะเขือยาวชีส หรือโหระพาสำหรับทำซอสเพสโต้ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ยังช่วยถนอมเนื้อสัตว์อย่างปลาทูน่า ปลาซาร์ดีนส์ หรือเนื้อซี่โครงหมูให้คงรสชาติไว้ได้นาน

 

 

5.เสริมสมรรถนะร่างกายให้นักกีฬา การใช้น้ำมันมะกอกในเวชศาสตร์การกีฬาในยุคโบราณได้รับการกล่าวถึงเป็นอย่างมาก โดยในงานวิจัยที่ที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์Archives of Medical Science3 ได้กล่าวไว้ว่า น้ำมันมะกอกถูกนำมาใช้ในการป้องกันการบาดเจ็บระหว่างการแข่งขันในสมัยกรีกโบราณซึ่งรู้จักกันดีว่าเป็นต้นกำเนิดของกีฬาโอลิมปิกส์ ในศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาลนักกีฬา โดยเฉพาะนักกีฬามวยปล้ำ จะได้รับการเตรียมร่างกายก่อนลงสนามด้วยการนวดด้วยน้ำมันมะกอก ซึ่งเทคนิคนี้เชื่อว่ามีต้นกำเนิดมาจากชาวเอเธนส์ การนวดร่างกายด้วยน้ำมันมะกอกนอกจากจะช่วยเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนลงสนามยังช่วยให้การหมุนเวียนของโลหิตดีขึ้น ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของนักกีฬาการนวดหลังจากออกกำลังกายโดยใช้น้ำมันมะกอกก็ยังช่วยลดกรดแลคติคให้เร็วขึ้น ส่งผลให้นักกีฬาฟื้นตัวหลังการแข่งขันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
 

ที่มาของเนื้อหา : www.banmuang.co.th